อากาศร้อนจัด: 10 เคล็ดลับเพื่อปกป้องสุขภาพของคุณในช่วงคลื่นความร้อน

คลื่นความร้อนกำลังเกิดขึ้นบ่อยขึ้นและยาวนานขึ้น นอกจากจะเป็นความไม่สะดวกสบายแล้ว มันยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทารก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ร่างกายมนุษย์รักษาระดับอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส (98.6 องศาฟาเรนไฮต์) โดยการขับเหงื่อและการขยายตัวของหลอดเลือด เมื่อความร้อนรุนแรงเกินไปหรือยาวนานเกินไป กลไกเหล่านี้จะอ่อนล้า ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย และโรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิต ต่อไปนี้คือ 10 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นคลื่นความร้อนได้อย่างปลอดภัย

1. ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องรอจนกว่าจะรู้สึกกระหายน้ำ

ความรู้สึกกระหายน้ำจะปรากฏขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มขาดน้ำแล้ว และความรู้สึกกระหายน้ำจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ควรดื่มน้ำประมาณ 1,5 ถึง 2 ลิตรต่อวัน โดยแบ่งดื่มทีละน้อยตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น รวมถึงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลด้วย

2. พักผ่อนร่างกายหลายๆ ครั้งต่อวัน

การอาบน้ำอุ่น การใช้ขวดสเปรย์ฉีดน้ำ การใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ประคบที่หลังคอ ข้อมือ และใบหน้า: การกระทำง่ายๆ เหล่านี้ช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำเย็นจัด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและกลับทำให้กระบวนการระบายความร้อนช้าลง

3. รักษาอุณหภูมิภายในที่พักให้เย็นสบาย

ปิดบานประตูหน้าต่างและผ้าม่านทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้น และเปิดหน้าต่างเฉพาะเมื่ออากาศเย็นกว่า เช่น ตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็น สร้างลมพัดผ่านระหว่างผนังสองด้านตรงข้าม พัดลมยังคงมีประโยชน์เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 35°C แต่สูงกว่านั้นมันจะหมุนเวียนเฉพาะอากาศร้อนเท่านั้น ดังนั้นควรใช้พัดลมควบคู่กับพัดลมพ่นละอองน้ำเสมอ

4. หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ร้อนที่สุด

ระหว่างเวลา 11.00 น. ถึง 18.00 น. ควรอยู่ภายในอาคารหรือในสถานที่ที่มีเครื่องปรับอากาศ การอยู่ในที่เย็นสบาย เช่น ห้องสมุด ศูนย์การค้า หรือโรงภาพยนตร์ เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง ก็เพียงพอที่จะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้

5. ปรับเปลี่ยนอาหารของคุณ

ควรรับประทานอาหารเบาๆ บ่อยๆ เช่น ผักสด ผลไม้ที่มีน้ำมาก ซุปเย็น และผลิตภัณฑ์จากนม อย่างไรก็ตาม อย่างดเกลือโดยสิ้นเชิง เว้นแต่แพทย์จะแนะนำเป็นอย่างอื่น เพราะเหงื่อทำให้ร่างกายสูญเสียโซเดียม ซึ่งต้องชดเชยด้วยการรับประทานเกลือเข้าไป

6. ระงับหรือเลื่อนการออกกำลังกายออกไป

การเล่นกีฬา การทำสวน งานช่างฝีมือ และการทำงานกลางแจ้ง ทำให้ร่างกายสร้างความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ควรเลื่อนกิจกรรมเหล่านี้ไปทำในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่ๆ ลดความเข้มข้นของกิจกรรม และดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อน ระหว่าง และหลังทำกิจกรรม

7. แต่งกายอย่างชาญฉลาด

ควรสวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆ สีอ่อน ที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน เมื่ออยู่กลางแจ้ง ควรใส่หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด และครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ทาซ้ำทุกสองชั่วโมง

8. ตรวจสอบความเป็นอยู่ของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ผู้สูงอายุที่อยู่โดดเดี่ยวต้องแบกรับภาระหนักที่สุดในช่วงคลื่นความร้อน การโทรศัพท์ไปเยี่ยมเยียนทุกวัน การนำน้ำมาให้ ล้วนเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยที่ช่วยชีวิตได้ เทศบาลจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

9. ตรวจสอบยาที่คุณรับประทานกับแพทย์หรือเภสัชกร

ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันโลหิต ยาต้านโรคจิต ยาแก้ซึมเศร้า และยาต้านการอักเสบ อาจรบกวนการควบคุมอุณหภูมิหรือภาวะขาดน้ำของร่างกาย ห้ามหยุดรับประทานยาใดๆ ด้วยตนเองโดยเด็ดขาด ควรปรึกษาแพทย์ทันทีที่ทราบว่ามีคลื่นความร้อน

10. สังเกตสัญญาณเตือนภัย

อาการปวดเกร็ง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลียผิดปกติ เวียนศีรษะ หรือกระหายน้ำอย่างรุนแรง เป็นสัญญาณของภาวะอ่อนเพลียจากความร้อน ผิวหนังร้อนและแห้ง อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส สับสน กระสับกระส่าย หรือหมดสติ บ่งชี้ถึงภาวะเป็นลมแดด ให้โทรแจ้ง 15 หรือ 112 ทันที ย้ายผู้ป่วยไปยังที่เย็น ถอดเสื้อผ้า และล้างตัวด้วยน้ำเย็นขณะรอหน่วยบริการฉุกเฉิน

การเฝ้าระวังที่ต้องแบ่งปัน

คลื่นความร้อนไม่เคยปราศจากอันตราย แต่ผลกระทบของมันส่วนใหญ่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การดื่มน้ำให้เพียงพอ การรักษาร่างกายให้เย็น การพักผ่อน และการดูแลผู้ที่อ่อนแอที่สุด เป็นพื้นฐานของการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบคำเตือนเกี่ยวกับคลื่นความร้อนของ Météo France ในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด และอย่าลังเลที่จะขอคำแนะนำทางการแพทย์หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ